กรมประมงปิดอ่าวไทย ค้มครองฤดูปลามีไข่ 3 จังหวัด

กรมประมงจัดพิธีประกาศใช้มาตรการ ปิดอ่าวไทย ประจำปี 2568 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น้ำในช่วงวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ โดยพิธีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ท่าเทียบเรือประมงชุมพร นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
สำหรับมาตรการ ปิดอ่าวไทย จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา
ช่วงแรก: 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ช่วงที่สอง: 16 พฤษภาคม ถึง 14 มิถุนายน ขยายพื้นที่ปิดอ่าวไปถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในงานยังมีพิธีบวงสรวงพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นที่เคารพของชาวเรือ พร้อมปล่อยเรือตรวจการณ์ประมง 14 ลำ เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ช่วงปิดอ่าว นอกจากนี้ กรมประมงยังร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 3 แสนตัว ทั้งกุ้งแชบ๊วยและปลากระบอก เพื่อเพิ่มประชากรสัตว์น้ำในทะเลธรรมชาติ
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ จากผลการสำรวจในช่วงเวลาปิดอ่าว พบว่าพ่อแม่พันธุ์ปลาทูในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง มีความสมบูรณ์ถึง 80% พร้อมสำหรับการวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน นอกจากนี้ยังพบลูกปลาวัยอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตในพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพของมาตรการ

นอกจากนั้นกรมประมงยังได้ปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องมือทำประมง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การกำหนดความยาวอวนติดตาปลา และการอนุญาตใช้เครื่องมือประมงบางประเภทที่สอดคล้องกับข้อมูลวิชาการ ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมงขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด พร้อมเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 30 ล้านบาท หรือ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับได้
กรมประมงหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยสร้างความสมดุลและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลไทยให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคนในระยะยาว



