แม่ค้าขอนแก่นสู้แดดโบกเรียกลูกค้า ยอดขายวูบจากน้ำมันแพง ลุ้นสงกรานต์ฟื้นตัว

บรรยากาศการค้าขายข้าวโพดริมถนนมะลิวัลย์ พื้นที่บ้านหนองบัว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น
เริ่มซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณรถสัญจรลดลง และกำลังซื้อของประชาชนชะลอตัว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า พ่อค้าแม่ค้ายังคงตั้งร้านเรียงรายสองฝั่งถนน พร้อมใช้เอกลักษณ์เฉพาะตัว
คือการโบกมือและโยกตัวเรียกลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน
แม่ค้ารายหนึ่งเปิดเผยว่า จากเดิมสามารถต้มข้าวโพดจำหน่ายได้วันละ 150-200 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันลดลงเหลือไม่เกิน 100 กิโลกรัมต่อวัน
เนื่องจากจำนวนลูกค้าลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูง ทำให้ผู้คนลดการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย
ขณะที่เทคนิคการโบกเรียกลูกค้า ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขาย




โดยแม่ค้าจะปรับจังหวะและระดับการโบกให้สอดคล้องกับระยะของรถ หากเห็นรถเปิดไฟเลี้ยวก็จะเพิ่มจังหวะและท่าทางให้โดดเด่นมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้แวะจอด
แม้การแข่งขันจะสูง แต่พ่อค้าแม่ค้าต่างยืนยันว่าไม่มีการแย่งลูกค้า ปล่อยให้เป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อในการเลือก และยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีภายในชุมชน
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าต่างตั้งความหวังว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก
จะช่วยให้บรรยากาศกลับมาคึกคัก และยอดขายข้าวโพดเหนียวหวานชมพู ของดีประจำอำเภอบ้านฝาง ฟื้นตัวได้อีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่าน แวะอุดหนุนสินค้า เพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว







ภาพ/ข่าว จักรพันธ์ นาทันริ ขอนแก่น รายงาน


