พังงาอ่วม! เรือข้ามฟากแบกต้นทุนน้ำมันพุ่งเกือบ 40 บาท ตรึงค่าโดยสารต่อเนื่อง วอนรัฐเร่งช่วย

สถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการเรือข้ามฟากในพื้นที่บ้านน้ำเค็ม–เกาะคอเขา
อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของประชาชนและนักท่องเที่ยว
ล่าสุดพบว่า ราคาน้ำมันดีเซลขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 39 บาทต่อลิตร ประกอบกับปัญหาน้ำมันขาดช่วง
และการจำกัดการเติมใส่แกลลอน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียเวลาเข้าคิวรอซื้อน้ำมัน และมีความไม่แน่นอนในการให้บริการแต่ละเที่ยว
แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเดินเรือจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่ผู้ประกอบการยังคง “ตรึงราคาค่าโดยสาร” ไว้เท่าเดิม



โดยเรือหางยาวคิดค่าโดยสารคนละ 20 บาท รถจักรยานยนต์คันละ 30 บาท และเรือเฟอร์รี่บรรทุกรถยนต์คันละ 200 บาท เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่
ผู้ประกอบการยอมรับว่า ปัจจุบันต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเองทั้งหมด เนื่องจากเข้าใจถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา
รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องใช้บริการเรือข้ามฟากทุกวัน หากมีการปรับขึ้นราคา อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
สำหรับเกาะคอเขา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา มีทั้งที่พัก รีสอร์ท และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
การตรึงราคาค่าโดยสารในครั้งนี้ จึงเป็นความพยายามในการประคองบรรยากาศการท่องเที่ยวไม่ให้ซบเซาไปมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงแสดงความกังวลว่า หากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจกระทบต่อสภาพคล่องในระยะยาว และเสี่ยงต่อการให้บริการไม่ต่อเนื่อง
จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านต้นทุนพลังงานสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ
เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และประชาชนยังคงเข้าถึงบริการได้อย่างยั่งยืนต่อไป




ภาพ/ข่าว เกศข่าว พังงา รายงาน


